ที่นอนนวัตกรรมของ Bedgear แตกต่างกันอย่างไร?

ในบทความที่ผ่านมา ทุกคนคงจะได้รู้จักกับที่นอนแต่ละประเภทกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ รวมถึงข้อดีข้อเสียของที่นอนนวัตกรรม ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน สามารถ คลิก เพื่ออ่านบทความเกี่ยวกับที่นอนนวัตกรรมได้เลยนะครับ แต่ในวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับที่นอนของแบรนด์ Bedgear ให้มากขึ้นครับ โดยหลักๆ ผมจะแบ่งรุ่นที่นอนตามคอลเลกชันครับ

ที่นอนนวัตกรรมของ Bedgear มีคอลเลกชันไหนบ้าง?  

ที่นอนนวัตกรรมของ Bedgear จะมีทั้งหมด 2 คอลเลกชัน โดยจะแบ่งเป็นคอลเลกชัน M และคอลเลกชัน S ซึ่งคอลเลกชัน S จะเป็นคอลเลกชันที่ออกมาใหม่ล่าสุดพร้อมหมอนนวัตกรรมรุ่น Glacier ครับ โดยคอลเลกชันนี้จะมีการพัฒนาชั้นวัสดุภายในที่นอนเพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดีมากกว่าเดิม พร้อมดีไซน์ผ้าหุ้มที่นอนแบบใหม่ ส่วนคอลเลกชัน M เราจะมีที่นอนรุ่นที่ท็อปที่สุดของแบรนด์อยู่ครับ นั่นก็คือที่นอนรุ่น M3  ที่นอนรุ่นแรกและรุ่นเดียวของโลกที่สามารถเลือกระดับความนุ่มและแน่นของแต่ละฝั่งได้ พร้อมสามารถเปิดที่นอนเพื่อทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกได้ เพื่อให้เรามั่นใจในความสะอาดได้เลยครับ ซึ่งเป็นอีก 1 ปัจจัยที่เราควรคำนึงถึงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออย่างในปัจจุบัน

ที่นอนคอลเลกชัน M

ที่นอนคอลเลกชัน M เป็นที่นอนคอลเลกชันแรกของ Bedgear โดยจะประกอบไปด้วยที่นอนรุ่น M, M1, M2, M1X และ M3 ครับ และที่นอนรุ่นที่ท็อปที่สุดก็อยู่ในคอลเลกชันนี้ครับ ได้แก่ที่นอนรุ่น M3 นั่นเอง แต่ในบทความนี้จะขออนุญาตอธิบายเฉพาะ 3 รุ่นยอดฮิตที่ขายดีมากๆ ของเราก่อนนะครับได้แก่ ที่นอนรุ่น M1, M1X และ M3

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M1

ที่นอนรุ่นนี้จะให้สัมผัสที่แน่น แต่ยังคงมีความนุ่ม สัมผัสจะไม่เหมือนที่นอนรุ่นไหนเลย และเป็นที่นอนที่ให้การรองรับแบบ Dynamic Support ครับ Dynamic Support เป็นการรองรับทุกจุดสัมผัส ไม่ว่านอนท่าไหนหรือจะมีสรีระแบบไหน ตัวที่นอนก็จะรองรับสรีระของผู้นอนได้เป็นอย่างดีครับ เวลานอนจะรู้สึกเหมือนกับว่าลอยอยู่บนที่นอน ซึ่งจะช่วยให้แนวกระดูกสันหลังของผู้นอน ขนานกับที่นอนได้อย่างถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์

ที่นอนรุ่น M1 เหมาะกับใคร

  • มีสรีระร่างกายที่ใหญ่และมีอาการปวดหลังจากการนอน
  • ผู้ที่มีอาการปวดหลังที่เกิดจากที่นอนที่นุ่มเกินไป
  • ชอบที่นอนสัมผัสแน่นๆ
  • ผู้ที่มีอาการเหงื่อออกหรือร้อนระหว่างนอนหลับ
  • เป็นโรคภูมิแพ้
  • ถ้าใครนอนหงายรุ่นนี้จะเหมาะมาก

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M1X

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M1X ออกแบบมาเพื่อคนชอบที่นอนนุ่มโดยเฉพาะ สัมผัสจะนุ่มสบายมากๆ แต่มาพร้อมการรองรับสรีระที่ถือว่าดีเป็นอันดับต้นๆ หรือเป็นการรองรับสรีระแบบ Contour Support นั่นเอง การรองรับบแบบ Contour Support คือการรองรับแบบโอบอุ้มหรือเข้ากับรูปร่างของผู้นอนนั่นเอง ไม่ว่าผู้นอนจะมีสรีระหรือน้ำหนักแบบไหน ที่นอนก็จะปรับตัวให้เข้ากับรูปร่างกับผู้นอนทุกท่านได้อย่างถูกหลักสรีรศาสตร์ ที่นอนนวัตกรรมรุ่นนี้จะตอบโจทย์คนที่ชอบนอนตะแคงมากๆ ครับ เพราะสามารถลดรงกดทับช่วงหัวไหล่ และเอวได้เป็นอย่างดี พูดง่ายๆ ปัญหาปวดตัวจากการนอนจะต้องหายไปแน่นอน

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M1X จะหนา 12 นิ้ว โดยจะประกอบไปด้วย 4 ชั้นวัสดุที่สำคัญ ได้แก่ Boost+, React +, High Density Foam และมีลูกสปริงตัวจิ๋วสุดอัจฉริยะหรือ Micro Curl นั่นเองเพื่อช่วยให้ผู้นอนขยับตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวผ้าหุ้มจะเป็นนวัตกรรม Dri-Tec สามารถช่วยไล่ความชื้นได้เป็นอย่างดี และนวัตกรรมแผงระบายอากาศ Air-X ที่ติดอยู่รอบๆ ที่นอน จะช่วยให้ที่นอนสามารถระบายอากาศได้ดีมากขึ้น

ที่นอนรุ่น M1X เหมาะกับใคร

  • ชอบที่นอนสัมผัสนุ่ม
  • เคยนอนที่นอนนุ่มมากเกินไปแล้วปวดหลัง (เพราะรุ่นนี้จะไม่มีปัญหาการปวดหลังจากการนอน)
  • เหมาะกับนักกีฬาที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย
  • เหมาะกับคนชอบนอนตะแคง
  • เหมาะกับคนที่มีอาการปวดหลัง
  • ผู้ที่มีอาการเหงื่อออกหรือร้อนระหว่างนอนหลับ
  • เป็นโรคภูมิแพ้

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M3

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M3 เป็นที่นอนรุ่นท็อปที่สุดของเรา โดยที่นอนผิวสัมผัสจะเย็น ซึ่งเย็นด้วยนวัตกรรมเนื้อผ้า Ver-Tex โดยอุณหภูมิผิวสัมผัสจะต่ำกว่าอุณหภูมิห้องถึง 2 องศา และที่สำคัญความเย็นจะไม่มีวันหมดไปเพราะมันคือนวัตกรรมในเส้นใย ไม่ใช่เป็นการเติม Gel เพื่อให้ความเย็น

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M3 เป็นที่นอนรุ่นแรกของโลกที่สามารถเลือกระดับความนุ่มและแน่นของแต่ละฝั่งได้ เช่น ฝั่งซ้ายนุ่ม ส่วนฝั่งขวาแน่น เป็นต้น โดยสามารถเลือกได้ทั้งหมด 4 ระดับความนุ่มแน่น ได้แก่ แน่น แน่นมาก นุ่ม และนุ่มมาก โดยความนุ่มแน่นจะกำหนดจากตัวสปริงหรือเราเรียกว่า Independent Suspension

และเรื่องที่จะไม่พูดไม่ได้ก็คือที่นอนรุ่นนี้สามารถเปิดแกะเพื่อทำความสะอาดได้ทั้งภายในและภายนอก โดยภายในถ้าเราจะทำความสะอาด เราก็แค่เปิดซิป และนำตัวสปริงออกมาทำความสะอาด หรือสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อให้ที่นอนของเรานั้นสะอาดและดูใหม่อยู่ตลอดเวลาดังนั้นจึงทำให้ที่นอนรุ่นนี้เป็นที่นอนที่ฟังชันก์ครบมากที่สุดในตลาด ณ ปัจจุบัน

ส่วนประกอบของที่นอนรุ่น M3

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น M3 จะประกอบไปด้วย 4 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ผ้าหุ้ม, Comfort Layer, Independent Suspension และ Chassis

  1. ผ้าหุ้มจะเป็นนวัตกรรม Ver-Tex หรือการถักทอแบบขั้นสูงเพื่อให้ที่นอนมีสัมผัสที่เย็น โดยอุณหภูมิผิวสัมผัสจะต่ำกว่าอุณหภูมิห้องถึง 2 องศา และที่สำคัญความเย็นจะไม่มีวันหมดไป
  2. Comfort Layer จะเป็นชั้นวัสดุที่ประกอบไปด้วย React+, Micro Curl และก็ Boost+ เพื่อทำให้ที่นอนสามารถรองรับสรีระของผู้นอนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่านอนท่าไหนหรือมีสรีระแบบไหน ที่นอนรุ่นนี้ก็จะสามารถรองรับสรีระของผู้นอนได้เป็นอย่างดี
  3. Independent Suspension คือส่วนที่กำหนดความนุ่มหรือแน่นของที่นอนแต่ละฝั่ง โดยผู้นอนสามารถเลือกได้ 4 ระดับ โดยจะมีระดับ แน่นมาก แน่น นุ่ม และนุ่มมาก
  4. Chassis หรือฐานที่นอน โดยเราออกแบบและได้แรงบันดาลใจมากจากรถสปอร์ต ซึ่ง Chassis จะมีนวัตกรรมแผงระบายอากาศ Air-X ติดอยู่รอบๆ ที่นอน ซึ่งจะช่วยให้ที่นอนสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี

ที่นอนรุ่น M3 เหมาะกับใคร

  • คู่สามีภรรยาที่ชอบสัมผัสที่นอนที่แตกต่างกัน
  • กรณีที่มีผู้นอนสองท่าน และแต่ละท่านมีสรีระที่แตกต่างกัน
  • เหมาะกับผู้ที่เหงื่อออกตอนนอน หรือร้อนง่าย
  • ผู้ที่มีอาการปวดหลัง
  • ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้

ที่นอนคอลเลกชัน S

ต่อไปผมขออนุญาตพูดถึงที่นอนนวัตกรรมคอลเลกชัน S กันบางนะครับ โดยคอลเลกชันนี้เป็นคอลเลกชันล่าสุดที่ออกมาในปี ค.ศ. 2021 ครับ โดยคอลเลกชันนี้ที่นอนจะถูกออกแบบให้ดูสวยงามและทันสมัยมากขึ้น ภายใต้ Theme “Fashion that Function” ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 รุ่นครับได้แก่ รุ่น S3, S5 และ S7

ก่อนจะไปดูข้อมูลของแต่ละรุ่น ผมขอพูดถึงชั้นวัสดุหลักก่อนครับ โดยจะมี 3 วัสดุหลักๆ ได้แก่ Ventilated React, Ventilated React + และ Convoluted React

  1. Ventilated React คือฐานเมมโมรี่โฟมที่มีการเจาะรูเพื่อช่วยให้ระบายอากาศได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะจุดอ่อนของเมมโมรี่โฟมคือความร้อน
  2. Ventilated React + เป็นการพัฒนามาจากชั้นวัสดุ React โดยจะมีการเจาะรูในแนวตั้งเพื่อช่วยให้ระบายอากาศได้ดีมากขึ้น ถ้าทุกคนอยากทราบ ในบทความต่อๆ ไป ผมจะมาอธิบายอย่างละเอียดสำหรับชั้นวัสดุแต่ละชั้น
  3. Convoluted React เป็นการพัฒนามาจากชั้นวัสดุ React แต่จะเป็นการเจาะรูในแนวนอน เพื่อให้ที่นอนสามารถระบายอากาศได้ดีมากกว่าเดิม โดย Convoluted React จะมีแค่ในเฉพาะที่นอนรุ่น S7 เท่านั้น

ความแตกต่างของที่นอนรุ่น S แต่ละรุ่น

หลังจากที่รู้ถึงชั้นวัสดุที่มีการพัฒนามาแล้ว รวมถึงนวัตกรรมเนื้อผ้า Ver-Tex แบบใหม่ ผมจะมาเล่าให้ทุกคนฟังว่าแต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง

ที่นอนนวัตกรรมรุ่น S3 เป็นรุ่นที่สัมผัสแน่นที่สุดในรุ่น แต่ถ้าไปเทียบกับที่นอนประเภทอื่นแล้ว รุ่น S3 ถือว่านุ่มแน่นกำลังดี ส่วนที่นอนรุ่น S5 จะมีความนุ่มมากขึ้น ส่วนรุ่น S7 จะเป็นที่นอนที่มีสัมผัสนุ่มมาก โดยทั้ง 3 รุ่น จะทำการรองรับแบบ Contour Support ทั้งหมด หรือว่าเป็นการรองรับแบบเข้ารูปนั่นเอง โดยสรุปกล่าวได้ว่าจะต่างกันที่ระดับความนุ่มแน่น และความหนาของตัวที่นอน

ตารางด้านล่างจะสรุปว่าที่นอนแต่ละรุ่นมีส่วนประกอบของชั้นวัสดุอะไรบ้างและหนากี่นิ้ว

ชั้นวัสดุ / รุ่นที่นอน S3 S5 S7
Ventilated React 8.5 7 7
Ventilated React + 1.5 3 3
Convoluted React 2
ความหนาของที่นอน 10 10 12

จากตารางสรุปได้ว่าที่นอนรุ่น S3 และ S5 หนา 10 นิ้ว และ S7 หนา 12 นิ้ว และยังสามารถสรุปได้ว่าที่นอนรุ่น S7 เป็นที่นอนที่สามารถระบายอากาศได้ดีที่สุดเพราะมีชั้นของ Convoluted React ถึง 2 นิ้ว ที่จะช่วยระบายอากาศในแนวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยให้สัมผัสของที่นอนนุ่มขึ้นอย่างหรูหราอีกด้วย

ที่นอนรุ่น S ทุกรุ่นจะเป็นเนื้อผ้านวัตกรรม Ver-Tex แบบใหม่ครับ ซึ่งจะสามารถไล่ความร้อนได้ดีกว่าผ้าประเภทอื่นๆ ครับ เพราะเป็นการออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรมหรือ Cross Ventilation ถ้าใครได้ลองนอนจะรู้เลยว่า ที่นอนที่เย็นจริงๆ มันเป็นยังไง

การรองรับแบบ Contour Support  เป็นการรองรับแบบเข้ารูป ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เพราะร่างกายและกล้ามเนื้อของผู้นอนจะไม่ต้องเกร็ง เพราะถ้านอนที่นอนที่แน่นเกินไปจะส่งผลให้ผู้นอนมีอาการเกร็งระหว่างนอนซึ่งส่งผลต่ออาการปวดได้ และการรองรับแบบนี้ช่วยสลายแรงกดทับได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะตัวที่นอนจะรองรับตามจุดที่มีแรงกดทับอย่างอิสระ เช่น ส่วนสะโพก และส่วนหัวไหล่ที่มีแรงกดมากกว่าจุดอื่นๆ แต่เนื่องจากการรองรับแบบนี้ สรีระของผู้นอนจะเข้ารูปกับที่นอนทุกส่วน ซึ่งสามารถช่วยลดแรงกดทับได้

โดยสรุปที่นอนคอลเลกชัน S ที่นอนที่แน่นที่สุดจะเป็นที่นอนรุ่น S3 ตามมาด้วย S5 และ S7 จะนุ่มที่สุด การระบายอากาศที่นอนรุ่น S7 จะระบายได้ดีที่สุด สัมผัสเย็นทุกรุ่น และทำการรองรับแบบ Contour Support ซึ่งทั้ง 3 รุ่น จะสามารถสลายแรงกดทับของผู้นอนได้เป็นอย่างดี

ถ้าใครที่อ่านถึงบรรทัดนี้แล้วก็คงจะเข้าใจเกี่ยวกับที่นอนนวัตกรรมของ Bedgear ได้มากขึ้น แต่ถ้าใครสนใจที่นอนนวัตกรรมรุ่นไหน สามารถสอบถามเพื่อทำนัดเข้าชมสินค้าจริงได้ที่ Facebook: Bedgear Thailand ได้เลยนะครับ คลิก หรือสามารถโทรมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 061-623-6366 ครับ หวังว่าทุกคนคงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าตัวเองเหมาะกับที่นอนรุ่นไหน และเช่นเคยครับขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนมาถึงบรรทัดสุดท้าย

ติดตามข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานกิจกรรม และโปรโมชั่นจาก Bedgear Thailand สามารถติดตามได้ที่ :
Facebook : https://www.facebook.com/bedgearthailand
Instragram : https://www.instagram.com/bedgearthailand/?hl=th

YouTube: Bedgear Thailand
LINE ID : @Bedgearthailand

สามารถเลือกซื้อสินค้าจาก Bedgear Thailand ได้เลยที่นี่

Scroll to Top